SEO กับ UX ต่างกันอย่างไร และควรเริ่มจากอะไรก่อน
เวลาทำเว็บไซต์ หลายคนอาจได้ยินทั้งคำว่า SEO และ UX พร้อมกัน
บางคนบอกว่าต้องทำ SEO เพื่อให้ติด Google
บางคนบอกว่าต้องทำ UX เพื่อให้เว็บใช้งานง่าย
แล้วสองคำนี้ต่างกันอย่างไร?
อธิบายแบบง่ายที่สุดคือ
SEO ช่วยให้คน “ค้นเจอเว็บไซต์ของเรา”
UX ช่วยให้คนที่เข้ามาแล้ว “เข้าใจและอยากติดต่อเรา”
SEO คืออะไรแบบสั้น ๆ
SEO คือการทำให้เว็บไซต์มีโอกาสถูกค้นเจอบน Google เมื่อคนค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา
เช่น
- รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ
- คลินิกความงามใกล้ฉัน
- สถาบันกวดวิชาออนไลน์
- ทำเว็บไซต์บริษัท ราคา
ถ้าเว็บไซต์ถูกวางโครงสร้างดี ใช้คำที่ลูกค้าค้นหา และมีเนื้อหาที่ตอบโจทย์ ก็มีโอกาสให้ Google เข้าใจและแสดงผลมากขึ้น
อ่านต่อได้ที่ SEO คืออะไร แบบเข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ไม่มีพื้นฐาน
UX คืออะไรแบบสั้น ๆ
UX คือประสบการณ์ของคนที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์
ถ้าเขาเข้าเว็บแล้วรู้ทันทีว่าธุรกิจทำอะไร อ่านง่าย หาข้อมูลง่าย และมีปุ่มติดต่อชัด แบบนี้คือ UX ดี
แต่ถ้าเข้าแล้วงง อ่านยาก เปิดมือถือแล้วไม่สวย หรือไม่รู้ว่าต้องกดตรงไหนต่อ แบบนี้ UX ยังไม่ดีพอ
อ่านต่อได้ที่ UX เว็บไซต์คืออะไร แบบเข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ
ถ้ามี SEO แต่ UX ไม่ดี จะเกิดอะไรขึ้น?
ลองนึกภาพว่าเว็บไซต์ของคุณติด Google แล้วมีคนคลิกเข้ามาเยอะ แต่พอเข้ามาแล้วเขาไม่เข้าใจว่าธุรกิจทำอะไร ปุ่มติดต่อไม่ชัด หรือเว็บดูไม่น่าเชื่อถือ
ผลคือคนอาจออกจากเว็บไปโดยไม่ติดต่อ
แบบนี้ SEO พาคนเข้ามาได้จริง แต่ UX ไม่สามารถพาเขาไปต่อได้
ถ้ามี UX ดี แต่ไม่มี SEO จะเกิดอะไรขึ้น?
ในทางกลับกัน เว็บไซต์อาจออกแบบมาดีมาก อ่านง่าย ติดต่อสะดวก แต่ถ้าไม่มีใครค้นเจอจาก Google เลย เว็บไซต์ก็อาจมีคนเข้าน้อย
แบบนี้ UX ดี แต่ยังขาดช่องทางพาคนเข้ามา
ดังนั้น SEO และ UX ไม่ควรถูกมองแยกกัน แต่ควรถูกวางให้ทำงานร่วมกัน
เว็บไซต์ธุรกิจควรเริ่มจากอะไรก่อน?
ถ้าต้องเลือกจุดเริ่มต้น ผมแนะนำให้เริ่มจาก “ลูกค้า” ก่อน
ถามให้ชัดว่า
- ลูกค้าค้นหาอะไร?
- ลูกค้ากังวลเรื่องอะไร?
- ลูกค้าต้องเข้าใจอะไรก่อนตัดสินใจ?
- ลูกค้าควรทำอะไรต่อเมื่อเข้ามาในเว็บ?
คำตอบเหล่านี้จะช่วยได้ทั้ง SEO และ UX
เพราะคำที่ลูกค้าใช้ค้นหา จะช่วยวาง SEO
ส่วนคำถามและความกังวลของลูกค้า จะช่วยวาง UX
SEO และ UX ทำงานร่วมกันอย่างไร?
ตัวอย่างเช่น หน้าเว็บไซต์ที่ดีอาจมีโครงแบบนี้
- หัวข้อชัดว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร
- อธิบายปัญหาของลูกค้า
- บอกว่าเราช่วยได้อย่างไร
- แสดงบริการหรือแพ็กเกจ
- ใส่คำที่ลูกค้าค้นหาอย่างเป็นธรรมชาติ
- มีปุ่มติดต่อชัดเจน
- โหลดเร็วและอ่านง่ายบนมือถือ
โครงสร้างแบบนี้ช่วยทั้ง Google และลูกค้า
Google เข้าใจเนื้อหาหน้าเว็บง่ายขึ้น
ลูกค้าอ่านแล้วเข้าใจและตัดสินใจง่ายขึ้น
CTA คือส่วนที่เชื่อม SEO กับ UX
SEO ช่วยพาคนเข้ามา
UX ช่วยให้เขาเข้าใจ
CTA ช่วยให้เขาไปต่อ
CTA คือปุ่มหรือข้อความ เช่น “ทัก LINE”, “ขอใบเสนอราคา”, “ประเมินเว็บไซต์ฟรี”
อ่านต่อได้ที่ CTA คืออะไร ทำไมเว็บไซต์ธุรกิจต้องมีปุ่มติดต่อที่ชัดเจน
สรุป
SEO กับ UX ไม่ได้แข่งกัน แต่ควรทำงานด้วยกัน
SEO ทำให้เว็บไซต์มีโอกาสถูกค้นเจอ
UX ทำให้คนที่เข้ามาแล้วเข้าใจง่ายและรู้สึกมั่นใจ
CTA ช่วยพาคนไปสู่การติดต่อหรือเป็น Lead
ถ้าคุณกำลังจะทำเว็บไซต์ใหม่ อย่าถามแค่ว่า “จะทำ SEO ยังไง” หรือ “ดีไซน์สวยไหม” แต่ควรถามว่า
“เว็บไซต์นี้จะพาคนจากการค้นหา ไปสู่การติดต่อได้อย่างไร?”
ถ้ายังไม่แน่ใจ BeyondWeb Digital ช่วยดูโจทย์เบื้องต้นให้ได้ครับ
แหล่งอ้างอิง
-
Nielsen Norman Group อธิบายว่า UX คือประสบการณ์ทั้งหมดที่ผู้ใช้งานมีต่อผลิตภัณฑ์หรือเว็บไซต์ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม
https://www.nngroup.com/articles/definition-user-experience/ -
Google Search Central แนะนำแนวทางการสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและตอบโจทย์การค้นหาได้จริง ซึ่งเป็นหัวใจของ SEO ที่ดี
https://developers.google.com/search/docs/fundamentals/creating-helpful-content -
Google Search Central อธิบายว่า page experience และ usability เป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้งานบนเว็บไซต์
https://developers.google.com/search/docs/appearance/page-experience -
HubSpot อธิบายความแตกต่างระหว่าง SEO และ UX พร้อมแนวคิดว่าทั้งสองควรทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่ม conversion
https://blog.hubspot.com/marketing/seo-user-experience
Free Website Check
ยังไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ธุรกิจของคุณควรเริ่มจากตรงไหน?
เล่าโจทย์ธุรกิจของคุณให้ BeyondWeb Digital ช่วยดูเบื้องต้น เราจะช่วยประเมินว่าเว็บไซต์ควรวางโครงสร้างแบบไหน ควรเน้น ความน่าเชื่อถือ SEO หรือการเก็บ Lead จุดไหนก่อน โดยยังไม่มีค่าใช้จ่าย